You are hereBlogs / xavier's blog / เข้าใจ PCLinuxOS
เข้าใจ PCLinuxOS
กระทู้หลายๆ ที่มักถกเถียงเรื่อง PCLinuxOS กับ Ubuntu อยู่เป็นประจำ เรื่อง KDE vs Gnome บ้างซึ่งมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ อืมมม ทำไมไม่เอา PCLinuxOS ไปเปรียบกับ Kubuntu บ้าง???
--- FullCircle Magazine Issue 5
ผมใช้ Ubuntu ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5.04 เพื่อนผมที่ Nethernland ส่งแผ่นมาให้ 3 แผ่นให้ลองเล่นดู ซึ่งผมเองก้อไม่ได้คิดจะใช้ Linux Desktop สักเท่าไร เพราะผมใช้แต่ command line ผมไม่ชอบ X Windows มาระยะหลัง Ubuntu เริ่มจับทาง และ จับนักพัฒนาของ debian ได้มากขึ้น ทำให้การพัฒนาเร็ว ได้อานิสงค์จาก debian ด้วยเช่นกันประกอบกับกระแส Linux Desktop ที่เป็นแบบ Live CD เริ่มบูม ทำให้ Ubuntu มีคนลองและกล้าเล่นมากขึ้น เพราะไม่ต้องติดตั้งก้อได้ สำหรับโครงการที่แตกยอดออกมาอย่าง Kubuntu หรือ Edubuntu ก้อทำให้เกิด Innovation หลายๆ อย่างตามมาในส่วนการพัฒนาของ Ubuntu ขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับ PCLinuxOS เกิดมาจากการแยกวงของ Mandrake เดิม (ใครยังจำได้บ้าง ?) เริ่มพัฒนาคู่กันมากับ Mandrake 8 หลังจาก 8.1 การเงินของ Mandrake เริ่มสั่นคลอนเพราะไม่มีใครตอบรับ Desktop Linux เท่าที่ควรเพราะสมัยนั้น Linux ยังอยู่ในมุมของ Server เสียมาก และภาพลักษณ์ของ Mandrake ในตอนนั้น คือ Linux Server เสียส่วนใหญ่ ทำให้การระดมทุนโดยการสมัครสมาชิกเพื่อแลกกับการ support หรือการได้ใช้โปรแกรมใหม่ๆ เริ่มมีบทบาทขึ้น เพราะเป็นทางออกเดียวของ Mandrake ในขณะนั้น
หลายหัวดีกว่าหัวเดียว Mandrake 9 ออกได้ไม่นาน การเงินของ Mandrake ก้อยิ่งยำแย่มากขึ้น จนกระทั่งมีการรวมตัวของ Conectiva และ Lycoris ด้วยเหตุผลของการควบรวมจึงทำให้ Mandrake ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Mandriva ถ้าคุณเดินทางไปแถวๆ ยุโรป ถ้าพูดถึง Linux คนแถวๆ ฝรั่งเศส เนเธอแลนด์ คนแถวนั้นจะเชียร์ Mandrake (Mandriva) ซะส่วนใหญ่เพราะ Mandriva เอง สร้างฐานการพัฒนา Linux ในแถบยุโรปมานานมากแล้ว และแถวนั้นก้อใกล้คนเขียน linux kernel เสียด้วย
PCLinuxOS ได้อานิสงค์ของการพัฒนา Mandrake 9/10 ในช่วงเริ่มต้น และ แผนการทำ Live CD ของ Mandriva One ก้อถูกถ่ายทอดมายัง PCLinuxOS ในรุ่นแรกๆ เช่นกัน เพราะทีมงานของ Mandrake เดิมก้อยังคงทำงาน กับ ทีม Lycoris และ Connectiva ซึ่งขึ้นชื่อในด้าน Linux Desktop ที่หวือหวาพอสมควร (ใครเคยใช้ Lycroris คงจะจำกันได้) ในสมัยนั้น ทำให้ PCLinuxOS รับการทำงาน เทคโนโลยี และ ดึงเอาการจัดการแพคเกจของ ว่าที่ Mandriva มาใช้ จากรุ่นไม่เต็ม 1 อยู่ปีกว่า ก้อออก PCLinuxOS 2007 มาได้ อาจจะใช้เทคโยโลยีของ mandriva ในช่วงแรกๆ อย่าง Mandrake Control Center และ Drake Live Install PCLinuxOS เองก้อยังหาหนทางในการแก้ปัญหา Dependency Hell อย่างการใช้ ATP และ Synaptic เป็นตัวช่วยจัดการแพคเกจแทนที่จะใช้ rpm เพียงอย่างเดียว ซึ่งอย่างน้อย ก้อยังพอมีนวัตกรรมใหม่ๆ ใส่เข้าไปบ้าง ดังนั้น PCLinuxOS ก้อไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียวนัก
KDE จ๋า จาก Mandrake และ Lycroris เป็นทางออกทางแรกของ PCLinuxOS ที่พยายามทำ Linux Desktop ที่ ฟรีและง่ายต่อการใช้งาน การ sync repository ของ Mandrake ในช่วงต้น และ Mandriva ในช่วงปลายทำให้ PCLinuxOS ได้วัฒนธรรมการจัดการ repo ซึ่งแบ่งออกเป็น Main, KDE, none-free และ testing ทำให้การจัดการแพคเกจกระชับมากขึ้น ไม่เยิ่นเย้อ เมื่อแพคเกจผ่าน testing ก้อสามารถเข้า Main, KDE, non-free ได้เลย เปิดโอกาส contributor ใส่แพคเกจที่ทดสอบเบื้องต้นแล้ว ลงใน testing ให้ได้ทดสอบกัน ได้เร็วขึ้น จาก KDE จ๋า PCLinuxOS เปิดโอกาสในการ remaster ผ่าน mklivecd ทำให้ PCLinuxOS มี Windows Manager ตัวอื่นๆ ให้ได้ใช้กัน ในชื่อ remaster แต่ละตัวเช่น SAM, Tiny, PCLinuxOS Flux เป็นต้น
จาก Texstar & The ripper gang กลุ่มคนไม่ถึง 10 คนได้รวบรวมความเป็น Mandrake (Mandriva) สร้างพัฒนาการของ Linux Distro ตัวใหม่ขึ้นมาจากรากฐานเดิม แก้ไข เพิ่มเติมในส่วนที่เป็นปัญหา ทดลอง ทดสอบ จนออกมาเป็น PCLinuxOS 2007 และอีกหลายๆ Remaster version ในหลายๆ ประเทศ คงพิสูจน์ความสามารถในเบื้องต้นได้แล้วว่าทีมนี้ก้อยังมีความสามารถอยู่เหมือนกันน่ะ
Rolling Release เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ของคที่ใช้ Linux Dristro อย่าง Debian คือลงแล้ว update แพคเกจไปเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้ชินกับภาพของการ release แบบช่วงเวลาเช่น ทุกๆ 12, 6 เดือนเป็นต้น เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของการพัฒนาดู เด่นชัดขึ้น แต่ด้วยความเป็น PCLinuxOS ซึ่งใช้วิธี Rolling Release มาตั้งแต่ต้น ทำให้การกำหนดระยะเวลาในการออก release เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการ release แต่ละครั้งต้อง freez package ทำให้การทดสอบแพคเกจใหม่ๆ ที่เข้ามาหยุดชะงัก และกว่าจะ release ออกมาได้ ของใหม่ๆ ก้อมากองกันแล้ว จึงเป็นเหตุผลให้ PCLinuxOS ไม่ releaseตามช่วงของเวลา
ชุมชนผู้ใช้ คือ คำตอบ PCLinuxOS ได้รับความนิยมในหลายๆ ประเทศ ในแต่ละประเทศ ก้อพยายามที่จะพัฒนา และ contribute กลับไปยัง repo ของ PCLinuxOS นอกจาก extra แพคเกจซึ่งมีอยู่เยอะมาก จนไม่รู้จะใช้อะไร การสนับสนุนของชุมชนผู้ใช้ ทำให้ทีมงานของ PCLinuxOS ได้พักหายใจกันได้บ้าง นอกจาก Forum/IRC และ เครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ ในแต่ละชุมชนมี เว็บไซต์โครงการเสริมของ PCLinuxOS ก้อได้เริ่มตั้งขึ้น ก่อนหน้านี้ก้อมี PCLinuxOS Magazine (ซึงทุกวันนี้ก้ออกมาจนถึงเล่มที่ 17 แล้ว เกือบ 1 ปีครึ่งแล้ว) ชุมชนผู้ใช้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ การสนับสนุน การแก้ปัญหาเบื้องต้น และ แพคเกจเสริมของแต่ละชุมชน ทำให้ผู้ใช้ PCLinuxOS ในประเทศนั้นๆ มีทางออกในการใช้ Linux Desktop ที่ ฟรี สะดวก ใช้งานง่าย และมีชุมชนคอยปรึกษาและแก้ปัญหา ซึ่งตรงกับหลักการของ Thai PCLinuxOS Community เช่นกันครับ
* มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกกับผมตอนคิดจะทำ Linux Dirsto เมื่อกลางปีที่แล้ว (2006) ว่า "ของแบบนี้มีเยอะ ก้อไม่ได้เสียหายอะไร คนที่ได้ประโยชน์ คือ ผู้ใช้ และ นักพัฒนาคนไทย นี่แหละ ทำไปเถอะครับ" การที่ผมเข้ามาร่วมวงในชุมชนนี้ เพราะผมมองเห็นว่าการให้ทางเลือก (Thai Linux Desktop) ให้การสนับสนุน การแก้ปัญหาเบื้องต้น และพยายามพัฒนาโครงการต่างๆ เข้ามาเกื้อหนุนให้ PCLinuxOS ใช้ภาษาไทยได้บ้าง เข้ากับวิธีคนไทยได้บ้าง ก้อเป็นเรื่องที่ดีครับ ของแบบนี้มีเยอะ ก้อไม่ได้เสียหายอะไร คนที่ได้ประโยชน์ คือ ผู้ใช้ และ นักพัฒนาคนไทย นี่แหละจริงไหมครับ
- xavier's blog
- Login or register to post comments

แหม๋ผมเล่นมาตั้งนานพึ่งทราบว่า มันสามารถจะกดตอบคำถามสำหรับคอมเม้นได้ด้วย
ผมเป็นพวกชอบลองของใหม่ครับ ดีสโทรไหนใหม่ๆดูแล้วน่าเล่นก็ลงเครื่องเลย
แต่สุดท้ายก็มาตายรังที่ PCLOS นี่แหละครับ แต่ก้ต้องยอมรับในเรื่องที่ว่าบาง Appication ที่เป็น opensourct ยังไม่ดีพอในการใช้งาน ค่านิยม ความไม่เคยชิน กลัวที่จะต้องเปลี่ยนแปลง แต่ผมเองก็จะเป็นจุดหนึ่งในการใช้งานแทน ถึงจะไม่สามารถในการพัฒนาโปรแรกมเจ๋งๆได้ อย่างน้อยๆผมเจอbug ผมก็แจ้งไปทางผู้พัฒนา
ซึ่งโปรเจ็คจบ ป.ตรีของผม ผมก็กำลังทำโปรแกรมที่สามารถรันได้บนลินุกซ์
ถึงแม้ว่าถ้าผมไปใช้ MS Visual Studio ของแจกฟรี มันจะสะดวกกว่ามากๆๆๆๆ ก็เถอะ
ผมคิดว่าถ้าเราไม่เริ่มที่จะทำ แล้วเมื่อไหร่ opensource ถึงจะเกิดหล่ะ จะรอให้ใครทำกัน ต้องเริ่มที่เราก่อน
ขอบคุณมากครับผมสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่มีให้ถ้าจะเอาไปวิจัยงานด้านนี้คง
เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์การใช้งาน Opensource ในไทยครับผม และความ
เป็นไปของวงการธุรกิจ Opensource ก็มีล้มลุกคลุกคลานเยอะมากทั้ง
ในไทยและต่างประเทศไว้ว่างผมจะมาเล่าความหลังครั้งเมื่อสัก 6 ปีก่อน
ให้ฟัง ว่ามันหนุกหนานขนาดไหน แต่ตอนนี้ผมต้องไป test oo ทำ RC2
ก่อนเดี๋ยวมิตรรักแฟนเพลงบ่นกันแย่